SMEs   Franchise   Directory   About Us   Advertising    Contact   Partner
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ  

หน้าแรก > ธุรกิจคนดัง > มิ้นท์ อาทิตยา นำเข้าเครื่องสำอาง เจาะกลุ่มผู้หญิงอยากสวยทุกวัย

มิ้นท์ อาทิตยา นำเข้าเครื่องสำอาง เจาะกลุ่มผู้หญิงอยากสวยทุกวัย


“แม้เศรษฐกิจจะซบเซาและเครื่องสำอางเป็นสินค้า ฟุ่มเฟือยแต่ก็ยังขายได้ เพราะผู้หญิงเมื่อเครียดก็ต้องหาทางออกด้วยการแต่งหน้า เสริมสวยเสริมความงาม เพราะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญปัจจัยหนึ่งของชีวิต” 

“มิ้นท์-อาทิตยา ดิถีเพ็ญอดีตนางเอกช่อง 3 ที่ฝากผลงานละครเด่นๆ ไว้หลายเรื่อง อาทิ รังหนาว ระเริงไฟ เขยบ้านนอก เส้นไหมสีเงิน เต่ากินผักบุ้ง เสือสิงห์กระทิงโสด ก่อนจะห่างหายจากวงการหลังแต่งงานเมื่อปี 2552

มาวันนี้ “มิ้นท์”กลับมาในมาดนักธุรกิจผู้นำเข้าเครื่องสำอางจากต่างประเทศ ในนามบริษัท แฟชั่นควีน จำกัด ซึ่งเธอเล่าว่า การเข้ามาทำธุรกิจนี้ ก็เพื่อต่อยอดธุรกิจของสามี“แนท-ณัฐกิจ รุ่งจรูญ” ภายใต้บริษัท จีดีพี กรุ๊ป จำกัด ที่นำเข้าอุปกรณ์ด้านความงามอยู่แล้ว โดยอาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมจากวงการบันเทิงกว่า 10 ปี และประสบการณ์จากการทำงานประจำด้านมาร์เก็ตติ้งในบริษัทนำเข้ากระเป๋าแบรนด์ เนมจากฝรั่งเศสอีก 2 ปี ทำให้มีโอกาสได้ไปดูงานธุรกิจในต่างประเทศ ผนวกกับความรู้ที่เธอร่ำเรียนมาจากคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาจีน จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบคทำให้เธอเรียนรู้การทำงานในเชิงธุรกิจได้อย่างไม่ยากเย็น

        “ตอนเรียนมิ้นท์จะเรียนไปด้วย เล่นละครไปด้วย เลยทำให้เป็นคนมีความรับผิดชอบ พอเรียนจบ เพื่อนสนิทชวนให้ไปทำงานที่บริษัท เอเวอร์เรส เวิลด์ จำกัด ในเครือฟิโก้กรุ๊ป ซึ่งขณะนั้นนำเข้ากระเป๋าแบรนด์เนม ก็ลองไปทำดูในด้านการบริหารงานมาร์เก็ตติ้ง ก็รู้สึกติดใจและชอบ ขณะที่งานแสดงก็ยังรับอยู่ แต่จะรับงานละครเฉพาะเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น    สุดท้ายเมื่อรู้ว่าตัวเองชอบงานด้านมาร์เก็ตติ้งก็เลยตัดสินใจมาทำงานเต็ม ตัว ทำอยู่ 2 ปีก็แต่งงาน หลังจากนั้นลาออกจากงานประจำเลย จนมาตอนนี้มีธุรกิจของตัวเอง”

 

ถามว่าเสียดายวงการบันเทิงไหม มิ้นท์ บอกว่า “ไม่เสียดาย แต่ยอมรับว่าวงการบันเทิงทำให้เราเติบโตและประสบความสำเร็จ ทำให้เรามีความรับผิดชอบ แต่เราเป็นคนขี้อายไม่เหมาะกับการอยู่เบื้องหน้า แม้วงการบันเทิงจะได้เงินเยอะ และได้มาไม่ยาก แต่เงินก็ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุด เราเองก็ไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์ ทำให้ตัดสินใจได้ไม่ยาก”

        “แรกๆ ที่ทำธุรกิจใหม่ๆ มีคนกล่าวหาบ้างว่าเป็นดาราแล้วคงทำอะไรไม่จริงจัง แต่ก็เฉยๆ ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ดีกว่าความจริงก็คือความจริง แต่อาจจะต้องใช้ความอดทนมาก”

         แม้ว่าจะชอบและติดใจเครื่องสำอางเอสเซนส์แต่ครั้นเปิดบริษัทใหม่มิ้นท์ ตัดสินใจนำเข้าเครื่องสำอางยี่ห้อ “คิสมี” จากประเทศญี่ปุ่นแทน ซึ่งเป็นยี่ห้อแรกที่บริษัทนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพราะเจรจาแล้วลงตัว ขณะที่เอสเซนส์นั้นกว่าจะลงตัวและตกลงกันได้ต้องใช้เวลาถึง 4 ปีแต่ได้ผลที่คุ้มค่า เพราะเอสเซนส์เป็นเครื่องสำอางที่ลูกค้ารู้จักและมียอดขายดีมาก อาจเป็นเพราะคุณภาพดีราคาไม่แพงและลูกค้าสามารถซื้อหาได้ โดยเครื่องสำอางยี่ห้อเอสเซนส์เน้นเจาะกลุ่มแมส จะมีฐานลูกค้าที่ใหญ่กว่าคิสมี

        “เอสเซนส์จะเน้นเจาะกลุ่ม วัยรุ่นอายุตั้งแต่ 15-25ปี ปัจจุบัน มีการเปิดเฟซบุ๊กให้ลูกค้าเข้ามาฝากข้อความคำถามเกี่ยวกับข้อสงสัยและวิธี การใช้ ซึ่งทางบริษัทมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและให้คำแนะนำจึง ทำให้เกิดการบอกต่อ ตอนนี้เป็นแบรนด์ยอดนิยมของบริษัทไปเลย โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมคือ ยาทาเล็บ คอนซีลเลอร์ แป้ง รองพื้นเฉดดิ้ง เพราะคุณภาพดี ราคาขายเบาๆ ตั้งแต่ 85-250 บาทเท่านั้น”

 

ถามว่าทำธุรกิจยากมั้ยมิ้นท์ตอบได้ทันทีว่าไม่ยาก เพราะช่วงที่ทำงานประจำอยู่นั้นได้รับโอกาสจากเจ้านายให้เดินทางไปดูงาน ติดต่องานในต่างประเทศเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงใช้ประสบการณ์ดังกล่าวเข้ามาทำ ประกอบกับมีต้นทุนของตัวเอง ที่เคยเป็นดารามาช่วยเสริม ซึ่งยอมรับว่าธุรกิจมีความเสี่ยงมีต้นทุนที่สูงกว่าการแสดง แต่ด้วยความที่เป็นนักแสดงมาตั้งแต่เด็กและเรียนหนังสือควบคู่กับการทำงาน ด้านการแสดง ทำให้มีพื้นฐานดี มีความรับผิดชอบ และมีโอกาสรู้จักคนหลากหลายจึงได้เปรียบกว่าคนอื่น

          “หลักการในการทำงานของเราคือการเอาตัวตนของเราเข้าไปในงานด้วย เพราะเรื่องเครื่องสำอางนั้นจะต้องเลือกชนิดที่ตัวเองใช้ได้ ใช้แล้วดี ซึ่งหลักที่ต้องคำนึงคือเรื่องคุณภาพสินค้า เพราะเราคิดว่าสินค้าทุกตัวของเราเป็นเหมือนลูกของเรา เหมือนเลือดเนื้อของเรา เราต้องดูแลให้เขาเติบโตไปพร้อมๆกับบริษัท” 

        “มิ้นท์เป็นคนไม่ชอบแต่งหน้าแต่ความเป็นผู้หญิงก็ต้องศึกษาเรื่องพวกนี้ ก็ซื้อมาทดลอง แต่จะเน้นที่เป็นธรรมชาติเลยเริ่มจากแบรนด์ญี่ปุ่นก่อน ต้องยอมรับว่าเครื่องสำอางเป็นเทรนด์อย่างหนึ่งเหมือนแฟชั่น ที่ช่วงระยะเวลาหนึ่งจะฮิตเทรนด์จากประเทศนั้นประเทศนี้ อย่างในอดีตเมื่อประมาณ 10 ปีจะฮิตเครื่องสำอางจากญี่ปุ่น แต่ช่วง 5 ปีหลังจะหันมาฮิตเครื่องสำอางจากเกาหลี และเชื่อว่าจากนี้ไปเทรนด์ของยุโรปจะมาแรง”

        “ปัญหาหลักของธุรกิจเครื่องสำอางก็คือเรื่องคน เพราะพนักงานส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงทำให้มีปัญหาจุกจิกตามประสาผู้หญิง อาจมีการถกเถียงกัน แต่เราถือว่าทุกคนคือคนในครอบครัว จึงให้ความสำคัญกับความรู้สึก พูดกันด้วยเหตุด้วยผล”

ปัจจุบัน แฟชั่นควีน มีเครื่องสำอางจำหน่ายภายใต้การดูแล4 ยี่ห้อ ซึ่งเป็นเครื่องสำอางนำเข้าทั้งหมด ทั้งจากญี่ปุ่นและเยอรมนี คือ 1.เอสเซนส์ จากเยอรมนี เจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นอายุ 15-25ปี ราคาขาย 85-250 บาท 2.คิสมี เจาะกลุ่มลูกค้าอายุ 20-30 ปี ราคาขาย 290-580 บาท 3.คิส เจาะกลุ่มลูกค้าอายุ 20-35 ปี ราคาขาย 390-850 บาทและ 4.กาเบรียลลา ซาลเวเต้ เครื่องสำอางน้องใหม่ล่าสุดจากอิตาลี เจาะกลุ่มวัยทำงานอายุ 25-35 ปี ราคาขาย 290-650 บาท

“แม้ เศรษฐกิจจะซบเซาและเครื่องสำอางเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยแต่ก็ยังขายได้ เพราะผู้หญิงเมื่อเครียดก็ต้องหาทางออกด้วยการแต่งหน้า เสริมสวยเสริมความงาม เพราะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญปัจจัยหนึ่งของชีวิต”

          ถึงวันนี้ ธุรกิจของสาวมิ้นท์ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ลูกค้ารู้จักมากขึ้น และการที่มาจับแบรนด์แมสแทนแบรนด์พรีเมี่ยมก็เพราะเล็งเห็นถึงโอกาสช่องทาง การตลาดแม้ว่าจะต้องขายในจำนวนมากเพื่อให้ได้วอลุ่มก็ตาม แต่คู่แข่งก็ไม่ได้มีมากนัก ทุกวันนี้มีเครื่องสำอางพรีเมี่ยมมาติดต่อให้เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่บริษัท ปฏิเสธไป

         “มิ้นท์ใช้เครื่องสำอางที่ตัวเองขายอยู่ทุกแบรนด์ อย่างอายไลเนอร์จะใช้ของคิสมี แป้งใช้คิส ยาทาเล็บจะใช้เอสเซนส์ ส่วนเป้าหมายในอนาคตอีก 2-3 ปีอาจจะมีการผลิตเครื่องสำอางเองโดยเลือกผลิตสินค้าที่อยู่ในความนิยม เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เกี่ยวกับตา”

“เราไม่ต้องการพิสูจน์ให้ใครเห็น แต่เราทำตามจุดมุ่งหมายของเรามากกว่า แค่ตื่นขึ้นมาทุกๆ เช้าแล้วรู้สึกมีความสุขที่จะไปทำงานก็เพียงพอแล้ว แค่วันหนึ่งๆ เราตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าเราอยากไปทำงานอันนี้ก็ถือว่าสำเร็จแล้วมิ้นท์พอ ใจกับยอดขายปัจจุบันที่แม้จะไม่ถึงหลักร้อยล้าน แต่ถือว่าไปได้ดี ในอนาคตเราจะมีการนำเข้าแบรนด์อื่นๆ มาอีก โดยเน้นไปที่กลุ่มประเทศที่เราคุ้นเคย และมั่นใจว่า ลูกค้าจะให้การตอบรับ”

           เป็นนักธุรกิจมือใหม่ไฟแรงทีเดียว!!

 

 

อ้างอิง : เส้นทางเศรษฐี
ลิงค์  : http://www.sentangsedtee.com/news_detail.php?rich_id=1631§ion=3&column_id=20

จำนวนผู้เข้าชม 1445 ครั้ง

ข่าวสาร แผนธุรกิจ ธุรกิจแฟรนไชส์ บน facebook คลิกเลยที่นี่

หมายเหตุ

การแสดงความเห็นใดๆ ให้ละเว้นการใช้คำหยาบคาย ดูหมิ่น ทั้งข้อความ รูปภาพ อันจะสร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบัน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ให้ละเว้นข้อความหรือการนำเสนอรูปภาพอันส่อไปในทางลามก อนาจาร และพาดพิงถึงบุคคลอื่น อันจะทำให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง

ให้ละเว้นการใช้ถ้อยคำหยาบคาย และการพาดพิงถึงบุคคลอื่น อันจะทำให้เกิดความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

ห้ามทำการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ธุรกิจ ที่แสวงหาผลกำไรใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาติจากทางทีมงานเว็บ bisnescafe.com

ทีมงานเว็บ bisnescafe.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่สมควรให้เผยแพร่ความคิดเห็นนั้นๆ โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็น

ข้อความและสื่อใด ๆ จะถูกเก็บไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด หากมีคดีความใด ๆ จะถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานตามกฎหมาย

หากสมาชิกทำผิดต่อนโยบายการใช้งาน ทางทีมงาน bisnescafe.com จะดำเนินการระงับการใช้งานสมาชิกเว็บไซต์ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Hot! Update News SMEs Franchise Tip &Trick Business Plan
Business plan Marketing plan Financial&Investing Plan Market Info Program & Software Sample Business plan
Shopping&Download Webboard Biz Directory

เข้าร่วมธุรกิจ

Book&Magazine

แนะนำ SME

แนะนำ Franchise

Copyright 2014 Bisnescafe.com All Rights Reserved.