SMEs   Franchise   Directory   About Us   Advertising    Contact   Partner
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ  

หน้าแรก > เริ่มต้นแฟรนไชส์ > เริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ (Start UP Franchise)

เริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ (Start UP Franchise)


ธุรกิจแฟรน์ไชส์  (Franchise) คือ ธุรกิจที่บุคคลหนึ่งเรียกว่า “แฟรนไชส์ซอร์ ” (ผู้ให้สิทธิในการประกอบธุรกิจ) ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า “แฟรนไชส์ซี ” ( ผู้รับสิทธิในการประกอบธุรกิจ ) ประกอบธุรกิจโดยใช้รูปแบบ ระบบ ขั้นตอน และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของตนหรือที่ตนมีสิทธิที่จะให้ผู้อื่นใช้เพื่อประกอบธุรกิจภายในระยะเวลาหรือเขตพื้นที่ที่กำหนด และการประกอบธุรกิจนั้นอยู่ภายใต้การส่งเสริม และควบคุมตามแผนการดำเนินธุรกิจของแฟรนไชส์ซอร์  และแฟรนไชส์ซีมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าตอบแทนแก่ แฟรนไชส์ซอร์  
 
ธุรกิจแฟรน์ไชส์ จึงเป็นธุรกิจที่เจ้าของสิทธิให้สิทธิผู้อื่นในการประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการได้ ภายใต้สิทธิประโยชน์ในการใช้ชื่อการค้า ตราสินค้า เทคนิคในการผลิตสินค้าหรือการให้บริการและวิธีการในการดำเนินธุรกิจของตน
 
ประเภทของแฟรน์ไชส์ แบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ
 

1. Product and Brand Franching  

คือ การที่ผู้ผลิตสินค้าให้สิทธิบุคคลอื่นในการขายสินค้าที่ตนเองผลิตขึ้น   รวมถึงการให้สิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้าของผู้ผลิต  เช่น  ธุรกิจขายรถยนต์ (ดีลเลอร์ )  ธุรกิจขายน้ำมัน  ธุรกิจขายน้ำอัดลม

2. Business Format Franching  

คือ การให้สิทธิบุคคลอื่นในการดำเนินธุรกิจเพื่อขายสินค้าหรือบริการ  โดยใช้เครื่องหมายการค้าของเจ้าของสิทธิ  และใช้ระบบการดำเนินธุรกิจที่เจ้าของสิทธิพิสูจน์แล้ว  ส่วนมากจะใช้กับธุรกิจฟาสต์ฟู้ด

3. Conversion Franchsing  

เป็นลักษณะที่พัฒนามาจากแฟรน์ไชส์ประเภท Business  Format  โดยออกแบบระบบเพื่อเปลี่ยนร้านค้าที่เป็นอิสระให้หันเข้ามาร่วมในระบบแฟรนไชส์  เพื่อประโยชน์ร่วมกันในการใช้ชื่อทางการค้าและการทำโฆษณาร่วมกันในระดับประเทศ  โดยใช้เครื่องหมายการค้าร่วมกัน   เช่น  ธุรกิจโรงแรม
 

ลักษณะการดำเนินงานของธุรกิจแฟรนไชส์ แบ่งเป็น  3  ลักษณะ ประกอบด้วย

 
1. การซื้อสิทธิในด้านเทคนิค หรือ Know How คือ เจ้าของสิทธิ ให้ความรู้หรือเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจแก่ ผู้ซื้อสิทธิโดยมิได้  มีการร่วมลงทุนหรือมีทรัพย์สินร่วมกัน
2. การจัดตั้งสาขา เป็นการดำเนินงานที่เจ้าของสิทธิเข้ามาดำเนินการดูแลและจัดการบริหารงานในสาขานั้นๆเอง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า กิจการที่เปิดดำเนินการมีมาตรฐานเดียวกัน
3. การร่วมลงทุน เป็นการดำเนินงานร่วมกันโดยที่เจ้าของสิทธิ และผู้ได้รับสิทธิตกลงร่วมกันตั้งบริษัทใหม่   โดยเจ้าของสิทธิเดิมจะได้รับส่วนแบ่งผลกำไรหรือมีส่วนร่วมลงทุนโดยมีหุ้นในกิจการจำนวนหนึ่ง
 
สาเหตุที่ทำให้การทำธุรกิจแบบแฟรนไชส์  ได้รับความนิยม  เนื่องจากมีผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย  คือ  
 

ผลประโยชน์ของเจ้าของสิทธิ

1.   สามารถขยายกิจการโดยไม่ต้องเพิ่มการลงทุนเอง
2.   ชุมชนยอมรับสินค้า เมื่อผู้รับสิทธิได้รับสิทธิในการดำเนินธุรกิจในท้องถิ่นนั้นๆ
3.   ประหยัดต้นทุนทางการตลาดและการขนส่ง เพราะผู้ได้รับสิทธิร่วมรับผิดชอบ
4.   ต้นทุนในการดำเนินการผู้รับสิทธิอาจเป็นผู้รับผิดชอบ
5.   มีรายได้จากค่าธรรมเนียมจากผู้ขอรับสิทธิ ซึ่งทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น
6.   กำไรที่ได้จากการส่งสินค้าหรือวัสดุ
7.   สามารถควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้จากข้อตกลงกับผู้ขอรับสิทธิ
8.   ได้รับรายได้จากกำไรตามยอดขายที่ผู้รับสิทธิทำได้
 

ผลประโยชน์ของผู้รับสิทธิ

1.   ได้รับคำแนะนำด้านการบริหารจัดการ  การฝึกอบรม  และช่วยในเรื่องการตัดสินใจที่เหมาะสม
2.   ความเสี่ยงต่างๆจะน้อยลง  เนื่องจากธุรกิจได้รับสิทธิจากธุรกิจที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว  และประสบความสำเร็จมาแล้ว
3.   ได้รับความช่วยเหลือในด้านการส่งเสริมการขายและการโฆษณา
4.   เป็นสมาชิกภายใต้ระบบการค้าปลีกขนาดใหญ่
5.   ได้รับความช่วยเหลือด้านการเงิน  ในการจัดซื้อสินค้าด้วยการคิดผลตอบแทนต่ำ
6.   ได้รับเครดิตในการสต๊อกสินค้า
7.   เป็นสินค้า หรือ กิจการที่ผู้บริโภคยอมรับ
 

ข้อดีของธุรกิจแฟรนไชส์

1.   ชื่อตรา  ยี่ห้อ และชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมาก่อน
2.   ได้รับความช่วยเหลือในด้านความรู้ต่างๆ  เช่น การวางแผน  วิธีการปฏิบัติงาน   การตลาด  การจัดซื้อ  เป็นต้น
3.   การควบคุมคุณภาพเพื่อให้ได้สินค้าหรือบริการที่มีมาตรฐาน ( มีคู่มือการปฏิบัติงาน )
4.   สัญญาต่างๆมีอยู่แล้วทำให้ได้รับความสะดวก
5.   ความช่วยเหลือทางการเงิน ( ขึ้นอยู่กับข้อตกลง ) และคำแนะนำในการกู้เงิน
6.   โปรแกรมการส่งเสริมการขายและการโฆษณาที่เจ้าของสิทธิดำเนินการ
7.   ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการเริ่มต้นธุรกิจ 
8.   มีโอกาสที่จะได้รับรายได้สูง
9.   ผลตอบแทนสูงกว่าการดำเนินธุรกิจด้วยตนเอง
 

ข้อเสีย

1.   ไม่มีความเป็นอิสระในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ  เช่น  วัตถุดิบ  การจัดซื้อ  ซึ่งบางครั้งทำให้เสียโอกาสในการต่อสู้กับคู่แข่ง
2.   การต้องซื้อสินค้าจากผู้ให้สิทธิแม้ว่าการซื้อจากแหล่งอื่นๆจะได้ราคาที่ถูกกว่า
3.   กำไรต้องถูกแบ่งให้กับผู้ให้สิทธิเป็นเปอร์เซนต์หรือในอัตราคงที่ตามที่ตกลง
4.   ต้องจ่ายค่าสิทธิการค้า   เงินมัดจำ  ค่าอุปกรณ์  ค่าตกแต่ง  ค่าเครื่องหมายการค้า  ที่ค่อยๆสูงขึ้น
5.   ผู้ให้สิทธิอาจขาดการติดตามในเรื่องการฝึกอบรม
6.   ข้อจำกัดในสายผลิตภัณฑ์ คือ ผู้รับสิทธิไม่สามารถนำสินค้า หรือ บริการชนิดอื่นมาจำหน่าย  ยกเว้นจะได้รับความยินยอมจากผู้ให้สิทธิ
7.   บางเงื่อนไขในการขอรับสิทธิหรือซื้อสิทธิ อาจจะไม่ยุติธรรมต่อผู้รับสิทธิ
 
ลักษณะของธุรกิจแฟรนไชส์ดังกล่าวข้างต้น  จึงเป็นโอกาสหรือช่องทางหนึ่งของผู้ที่คิดจะประกอบธุรกิจ แต่ยังขาดประสบการณ์ จะได้มีโอกาสเริ่มต้นธุรกิจที่ดีเพราะเป็นเหมือนสูตรสำเร็จ ที่มีผู้ให้คำปรึกษาแนะนำดีกว่าจะดำเนินธุรกิจตามลำพัง  
 
 
โดยก่อนการตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์  เพื่อขอรับสิทธิหรือซื้อสิทธิในธุรกิจใดๆ ควรศึกษาวิเคราะห์และประเมินความเป็นไปได้ในด้านต่างๆ ดังนี้
          

ประเมินเกี่ยวกับธุรกิจ

1. ควรศึกษาภูมิหลังของธุรกิจแฟรนไชส์นั้นว่า มีความน่าเชื่อถือ มีการจัดองค์กรที่ดี และมีสถานะทางการเงินที่น่าไว้วางใจ  เช่น  เป็นบริษัทที่มั่นคงหรือไม่ ดำเนินการมาแล้วนานเท่าไร  ไม่ใช่เพิ่งเริ่มต้นดำเนินการ  เป็นกิจการที่มีกำไรแล้วหรือเริ่มมีกำไร 
2. ควรศึกษาเงื่อนไขของสัญญาทั้งหมดก่อน โดยศึกษาเปรียบเทียบกับรายอื่นๆ
3. ควรศึกษาขั้นตอนของการดำเนินการต่างๆที่เกี่ยวกับธุรกิจนี้ให้เข้าใจก่อน
4. ควรพิจารณาในพื้นที่นั้นเราได้รับสิทธิเพียงรายเดียว หรือผู้ให้สิทธิสามารถขายสิทธิให้กับรายอื่นๆได้อีก 
5. ตรวจสอบก่อนว่า หากมีปัญหาสามารถบอกเลิกการขอรับสิทธิได้หรือไม่ และต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้างหรือไม่
6. หากเราต้องการขายธุรกิจ  เราจะได้รับค่าตอบแทนในเรื่องค่าแห่งกู๊ดวิลล์หรือไม่ ( คุณค่าที่เกิดขึ้นภายในกิจการ ) หรือ ถือว่าเป็นการสิ้นสุดเมื่อเราขายกิจการ
 

ประเมินด้านผู้ให้สิทธิ

1. ผู้ให้สิทธิให้เราดำเนินการรับสิทธิได้ในระยะเวลาเท่าใด
2. มีข้อมูลผลการดำเนินงานของรายอื่นที่ได้รับสิทธิไปก่อนเราหรือไม่
3. มีการช่วยเหลือในด้านต่างๆหรือไม่  เช่น  การฝึกอบรมด้านการจัดการธุรกิจ ฝึกอบรมพนักงาน  การให้เครดิต
4. มีการช่วยหาทำเลที่ตั้งสำหรับธุรกิจเราหรือไม่
5. มีฐานะทางการเงินเพียงพอสำหรับแผนการช่วยเหลือและการขยายธุรกิจที่แน่นอนหรือไม่
6. ผู้ให้สิทธิเป็นเจ้าของธุรกิจคนเดียวหรือเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ทางการบริหาร  และมีความน่าเชื่อถือ หรือไม่  เพียงใด
7. ผู้ให้สิทธิสามารถช่วยในสิ่งที่เราทำไม่ได้หรือไม่
8. ผู้ให้สิทธิมีการลงทุนอย่างระมัดระวังที่ทำให้แน่ใจได้ว่าจะประสบความสำเร็จ  ซึ่งจะช่วยให้การทำธุรกิจแฟรนไชส์สำเร็จและได้รับกำไรร่วมกัน
9. การให้สิทธิในการขายสินค้าหรือบริการต่างๆ มีการดำเนินการตามกฏหมายอย่างถูกต้องหรือไม่
 

ประเมินด้านการเป็นผู้ขอรับสิทธิหรือซื้อสิทธิ

1. ต้องใช้ทุนในการดำเนินงานเท่าไร จนสามารถมีรายได้เท่ากับรายจ่ายและมีโอกาสได้กำไรในระยะเวลาไม่นานนัก อีกทั้งจะหาเงินทุนนั้นได้จากที่ใด
2. เรามีความเชื่อมั่นในความสามารถที่เรามีอยู่มากน้อยเพียงใด การฝึกอบรมที่จะได้รับและประสบการณ์จะทำให้เราสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นและมีกำไร หรือไม่
3. เรามีเป้าหมายในการทำธุรกิจหรือไม่  มีความพร้อมที่จะใช้เวลาที่มีอยู่ใช้ชีวิตเป็นนักธุรกิจกับผู้ให้สิทธิ และมีความพร้อมในการเสนอขายสินค้าและบริการสู่ชุมชน  หรือไม่ เพียงใด เพราะการทำธุรกิจต้องมีการบริหารคน บริหารความคิด และต้องมีการพิจารณารายละเอียดต่างๆของธุรกิจ ซึ่งรวมทั้งต้องมีการวางแผนการทำธุรกิจอีกด้วย
4. ทำเลที่ตั้งของธุรกิจ  ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับลักษณะของธุรกิจ เช่น ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ธุรกิจบริการ และธุรกิจการผลิต ทำเลจะมีความแตกต่างกัน อันจะส่งผลต่อความเจริญก้าวหน้าของธุรกิจนั้นๆ
 

การประเมินด้านตลาด

1. พื้นที่บริเวณนั้นประชากรจะเพิ่มขึ้น  คงที่ หรือ ลดลง หรือไม่  ภายใน 5 ปีข้างหน้า
2. ธุรกิจที่เราเลือกจะมีความต้องการมากขึ้น เหมือนเดิม หรือ ลดลง ภายใน 5 ปี ข้างหน้า
3. ธุรกิจของเรามีความพร้อมที่จะแข่งขันในพื้นที่นั้น หรือไม่
 
 
 
อ้างอิง : สสว.
โดย Bisnescafe.com
จำนวนผู้เข้าชม 818 ครั้ง

ข่าวสาร แผนธุรกิจ ธุรกิจแฟรนไชส์ บน facebook คลิกเลยที่นี่

หมายเหตุ

การแสดงความเห็นใดๆ ให้ละเว้นการใช้คำหยาบคาย ดูหมิ่น ทั้งข้อความ รูปภาพ อันจะสร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบัน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ให้ละเว้นข้อความหรือการนำเสนอรูปภาพอันส่อไปในทางลามก อนาจาร และพาดพิงถึงบุคคลอื่น อันจะทำให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง

ให้ละเว้นการใช้ถ้อยคำหยาบคาย และการพาดพิงถึงบุคคลอื่น อันจะทำให้เกิดความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

ห้ามทำการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ธุรกิจ ที่แสวงหาผลกำไรใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาติจากทางทีมงานเว็บ bisnescafe.com

ทีมงานเว็บ bisnescafe.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่สมควรให้เผยแพร่ความคิดเห็นนั้นๆ โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็น

ข้อความและสื่อใด ๆ จะถูกเก็บไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด หากมีคดีความใด ๆ จะถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานตามกฎหมาย

หากสมาชิกทำผิดต่อนโยบายการใช้งาน ทางทีมงาน bisnescafe.com จะดำเนินการระงับการใช้งานสมาชิกเว็บไซต์ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Hot! Update News SMEs Franchise Tip &Trick Business Plan
Business plan Marketing plan Financial&Investing Plan Market Info Program & Software Sample Business plan
Shopping&Download Webboard Biz Directory

เข้าร่วมธุรกิจ

Book&Magazine

แนะนำ SME

แนะนำ Franchise

Copyright 2014 Bisnescafe.com All Rights Reserved.