SMEs   Franchise   Directory   About Us   Advertising    Contact   Partner
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ  

หน้าแรก > HR > 9 รูปแบบ การทำงานที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

9 รูปแบบ การทำงานที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ


การทำงานอย่างตั้งใจและเต็มประสิทธิภาพส่งผลดีต่อผลงานที่เกิดขึ้น และแน่นอนว่าหากคุณเป็นผู้หนึ่งที่มีงานในหน้าที่ให้ต้องรับผิดชอบหลายด้าน คุณจำเป็นต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดที่มีไปกับการทำงานเหล่านั้น จนบางครั้งรูปแบบในการทำงานของคุณอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างที่คุณเองก็คาดไม่ถึง 

การทำงานอย่างหักโหมและมีพฤติกรรมที่อาจเป็นโทษต่อร่างกาย จิตใจ รวมทั้งอารมณ์ แม้ว่าจะไม่ส่งผลเสียให้เห็นในทันที แต่ผลเสียเหล่านี้จะสะสมอยู่ในร่างกาย หรืออาจเกิดภาวะอารมณ์ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายได้เช่นกัน ซึ่งต่อไปนี้คือ 10 รูปแบบในการทำงานที่ส่งผลเสียที่สุดต่อร่างกาย

1. ทำงานล่วงเวลา

จากการศึกษาและสถิติจำนวนมากได้แสดงให้เห็นว่าพนักงานหรือคนทำงานทั่วไปที่ทำงานอย่างน้อย 10 ชั่วโมงต่อวันและมากกว่า 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีแนวโน้มที่สภาพร่างกายและจิตใจจะอ่อนแอลง แม้ว่าคนกลุ่มนี้จะได้อยู่ในตำแหน่งที่ดีและมีบทบาทหน้าที่สำคัญมากมาย แต่นั่นจะเริ่มให้ผลในทางตรงกันข้ามกับสุขภาพ เพราะบ่อยครั้งที่พนักงานเหล่านี้จะเร่งทำงานจนลืมทานอาหาร ขาดการออกกำลังกายและพักผ่อนอย่างเพียงพอ ส่งผลให้กว่าร้อยละ 60 ของพนักงานที่ชื่นชอบการทำงานล่วงเวลา มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ หัวใจวายและมีภาวะซึมเศร้าเกิดขึ้นได้มากกว่าคนทำงานทั่วไป

2. ขาดการเคลื่อนไหว

การนั่งทำงานเป็นระยะเวลานาน ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ร่างกายขาดการเคลื่อนไหว ซึ่งร่างกายที่ขาดการเคลื่อนไหวหรือเคลื่อนไหวน้อยกว่าที่ควรจะเป็น อาจนำไปสู่การเกิดปัญหาสุขภาพตามมามากมาย เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตและโรคอ้วน รวมทั้งอาหารเจ็บปวดกล้ามเนื้อบริเวณต่าง ๆ โดยเฉพาะช่วงหลัง ต้นคอและขา ซึ่งนอกจากปัญหาสุขภาพเหล่านี้แล้ว อวัยวะที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ “ดวงตา” โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลา เสี่ยงอย่างยิ่งต่อการเกิดต้อกระจกและสายตาเสียจนถึงขั้นตาบอด

3. จริงจังจนเกินไป

หากคุณเป็นผู้ที่ไวต่อการตอบอีเมล์และเร่งส่งงานให้ทันก่อนกำหนดเวลาเพื่อสร้างผลงานที่ดี แน่นอนว่าผลงานของคุณจะดีมาก แต่คุณจะเครียดและวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา ซึ่งภาวะความเครียดนี่เองที่ส่งเสียต่อสุขภาพของคุณ รวมทั้งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและหัวใจเต้นผิดจังหวะ

4. ไม่พักเบรก

การพักเบรกระหว่างทำงานถือว่าเป็นธรรมเนียมนิยมไปแล้ว เนื่องจากการพักเบรกนั้นช่วยให้สมองผ่อนคลายความตึงเครียด ช่วยให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว ช่วยสร้างความกระฉับกระเฉงและความกระตือรือร้น เพราะฉะนั้นการไม่พักเบรกเลยระหว่างการทำงานจึงให้ผลในทางตรงกันข้าม แม้คุณจะรู้สึกอยากทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่คุณจะมีความเครียดสะสม ร่างกายเหนื่อยล้าและที่สำคัญที่สุดคือคุณจะคิดไม่ออก

5. ไม่มีใจรักในการทำงาน

การทำงานที่รักทำให้มีความสุขและมีพลังในการสร้างสรรค์ผลงาน เช่นเดียวกัน เมื่อต้องทำงานและอยู่กับงานที่ต้องฝืนใจทำ ไม่มีความ ความเชี่ยวชาญละความชำนาญ อาจส่งผลให้เกิดความเครียด ความเบื่อหน่าย เหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย ขาดความกระตือรือร้น มุ่งมั่นและเพียรพยายาม ซึ่งนอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพแล้ว ยังส่งผลให้งานขาดคุณภาพและนั่นยิ่งสร้างความเครียดให้กับคุณเพิ่มมากขึ้นไปอีก

6. การเดินทาง

ระยะทางระหว่างบ้านกับที่ทำงานของคุณไกลกันเกินไปรึเปล่า ถ้าไกลเกินไป การเดินทางอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดความเครียดในระหว่างการทำงานได้ การเดินทางที่ใช้ระยะเวลานานเกินไป เพิ่มทั้งความเครียด ความอ่อนเพลียและความเหนื่อยล้าสะสม คุณจะเหลือพลังเพียงแค่ครึ่งเดียวเมื่อถึงที่ทำงานและประสิทธิภาพที่ลดลงจนไม่สามารถควบคุมได้อาจส่งผลให้คุณเกิดความเครียดสูง

7. ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน

มิตรภาพที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมงานทำให้การทำงานสะดวกราบรื่น เกิดความสุขในการทำงาน เกิดแรงจูงใจและสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ ดังนั้นหากความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานของคุณมีรูปแบบที่ไม่ดีเท่าที่ควร สามารถส่งผลเสียทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

8. เลียแข็งเลียขา

ใครจะไปรู้ว่าการเลียแข็งเลียขาสามารถส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ แต่นั่นเป็นความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ แม้คุณจะได้รับความสนิทสนมจากเจ้านาย แต่คุณจะถูกคว่ำบาตรจากเพื่อน ๆ จนนำไปสู่ความตึงเครียด ความอ่อนเพลียและภาวะซึมเศร้าได้

9. การว่างงานในระยะยาว

ข้อสุดท้ายของการทำงานที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพนั้น ไม่ได้เกิดจากรูปแบบต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสมในการทำงาน แต่เกิดจากการว่างงานในระยะยาว ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต ความวิตกกังวลและความเครียดสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะพบปัญหาสุขภาพในคนทำงานที่ว่างงานเป็นเวลานานกว่า 25 สัปดาห์

 

นับว่าทุกรูปแบบของการทำงานที่กล่าวมานี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจทั้งสิ้น ดังนั้นหากพบว่าตนเองมีรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งของการทำงานที่คล้ายกับที่กล่าวมานี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับปรุงรูปแบบในการทำงานให้เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณมีสุขภาพกายและใจที่ดี รวมทั้งมีประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย

 

 

โดย : BisnesCafe.com | คาเฟ่ของคนรักธุรกิจ

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค / ทวิตเตอร์ 
เฟสบุ๊ค | www.facebook.com/BisnesCafedotcom
ทวิตเตอร์ | www.twitter.com/bisnescafe

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราที่นี่..แล้วคุณจะรักธุรกิจมากขึ้น

 

จำนวนผู้เข้าชม 1879 ครั้ง

ข่าวสาร แผนธุรกิจ ธุรกิจแฟรนไชส์ บน facebook คลิกเลยที่นี่

หมายเหตุ

การแสดงความเห็นใดๆ ให้ละเว้นการใช้คำหยาบคาย ดูหมิ่น ทั้งข้อความ รูปภาพ อันจะสร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบัน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ให้ละเว้นข้อความหรือการนำเสนอรูปภาพอันส่อไปในทางลามก อนาจาร และพาดพิงถึงบุคคลอื่น อันจะทำให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง

ให้ละเว้นการใช้ถ้อยคำหยาบคาย และการพาดพิงถึงบุคคลอื่น อันจะทำให้เกิดความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

ห้ามทำการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ธุรกิจ ที่แสวงหาผลกำไรใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาติจากทางทีมงานเว็บ bisnescafe.com

ทีมงานเว็บ bisnescafe.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่สมควรให้เผยแพร่ความคิดเห็นนั้นๆ โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็น

ข้อความและสื่อใด ๆ จะถูกเก็บไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด หากมีคดีความใด ๆ จะถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานตามกฎหมาย

หากสมาชิกทำผิดต่อนโยบายการใช้งาน ทางทีมงาน bisnescafe.com จะดำเนินการระงับการใช้งานสมาชิกเว็บไซต์ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Hot! Update News SMEs Franchise Tip &Trick Business Plan
Business plan Marketing plan Financial&Investing Plan Market Info Program & Software Sample Business plan
Shopping&Download Webboard Biz Directory

เข้าร่วมธุรกิจ

Book&Magazine

แนะนำ SME

แนะนำ Franchise

Copyright 2014 Bisnescafe.com All Rights Reserved.