SMEs   Franchise   Directory   About Us   Advertising    Contact   Partner
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ  

หน้าแรก > ธุรกิจมืออาชีพ > 7 เคล็ดลับ เร่งความสำเร็จให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี SMEs ให้เร็วขึ้น

7 เคล็ดลับ เร่งความสำเร็จให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี SMEs ให้เร็วขึ้น

 

หากจะพูดถึงความสำเร็จ ทุกธุรกิจต่างก็ปรารถนาความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งความสำเร็จของแต่ละธุรกิจก็แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการตั้งเป้าหมายของธุรกิจ ว่ามีจุดหมายปลายทางเป็นเช่นไร

แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี SMEs จำเป็นต้องนำมาวิเคราะห์และประเมินแนวทางการดำเนินธุรกิจ เพื่อเร่งสปีดความสำเร็จให้เร็วยิ่งขึ้นกับเคล็ดลับ 7 ประการ ซึ่งประกอบไปด้วย

1. ควบคุมต้นทุน (Cost) ของ ธุรกิจ SMEs ให้ต่ำเข้าไว้

จากคำกล่าวที่ว่า “เงินสดคือพระราชา” ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่าการทำธุรกิจในปัจจุบัน มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการบริหารจัดการด้านเงินทุนหมุนเวียนหรือจะเรียกว่า กระแสเงินสด Cash Flow และการควบคุมต้นทุน Cost เพื่อทำให้ธุรกิจมีต้นทุนต่ำสุดและมีสภาพคล่องมากที่สุด สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีอุปสรรคด้านเงินทุนหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนด้านการตลาด ด้านการผลิต การสต็อกสินค้า ลงทุนสินทรัพย์หรือเครื่องจักรใหม่ หรือแม้แต่การขยายกิจการ ก็สามารถทำได้ทันที โดยไม่มีอุปสรรคใดๆ ไม่ต้องห่วงกังวลว่าจะหาเงินจากแหล่งไหนดีหรือจะกู้เงินจากไหนมาลงทุนเพิ่ม เป็นต้น ซึ่งถ้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี SMEs สามารถบริหารจัดการและวางแผนการใช้จ่ายเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพได้แล้ว มั่นใจได้เลยว่า ความสำเร็จในธุรกิจคงไม่ใกล้จากนี้แน่นอน

2. ให้จ้าง Out Source ในสิ่งที่เราไม่ถนัด

การเริ่มต้นธุรกิจไปจนถึงการบริหารจัดการงานเพื่อนำพาธุรกิจเอสเอ็มอี SMEs ให้ประสบความสำเร็จได้นั้นจำเป็นจะต้องประกอบไปด้วยทีมงานที่มีความพร้อมในหลายๆ ด้าน  ซึ่งถ้าหากไม่มีความพร้อมแล้ว ก็จะทำให้ธุรกิจไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไปได้ตลอดรอดฝั่ง อาจพบปัญหาและทำให้ธุรกิจต้องสะดุดหยุดลงได้ทุกเมื่อ แน่นอนว่าไม่มีผู้ประกอบการใดอยากให้ตัวเองมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้แน่นอน  และทางออกที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจเริ่มต้นใหม่ New StartUP หรือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี SMEs ที่ขาดประสบการณ์ในงานเฉพาะด้าน Special List ในด้านต่างๆ ด้วยการว่าจ้าง Out Source เข้ามาทำหน้าที่และรับผิดชอบงานในส่วนนี้แทน โดยการแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบออกมาอย่างชัดเจน สรุปง่ายๆ ก็คือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี SMEs จะรับผิดชอบงานในส่วนที่ตัวเองถนัดและทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด ส่วนในงานที่ไม่ถนัดก็จะใช้วิธีการว่าจ้าง Out Source เข้ามารับหน้าที่แทน เพื่อให้ทีมงานสามารถสอดประสานการทำงานได้อย่างลงตัว สามารถส่งมอบงาน รับงานได้อย่างเป็นระบบ ไม่มีอุปสรรคใด ถ้าทำได้อย่างนี้แล้วก็เชื่อแน่ว่าความสำเร็จก็จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

3. ทำการตลาดผ่านสื่อยุคใหม่

ในยุคปัจจุบันสื่อการตลาดได้เปิดกว้างขึ้น มีช่องทางตลาดใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสื่อยุคเก่าที่ยังคงมีกระแสนิยมไปจนถึงสื่อยุคใหม่ที่เปิดตัวออกมาเพื่อรองรับการตลาดธุรกิจที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันจำเป็นจะต้องสร้างความน่าเชื่อถือและพึ่งพาการทำสื่อการตลาด เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ธุรกิจให้เป็นเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในกลุ่มผู้บริโภค สามารถสื่อสารการตลาดได้อย่างกว้างขวางและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด รวดเร็วที่สุดและที่สำคัญต้องคุ้มค่ามากที่สุดเช่นเดียวกัน การวิเคราะห์สื่อการตลาดที่มีประสิทธิภาพ โดยการใช้องค์ประกอบ 3 ข้อที่กล่าวมานี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการวัดประสิทธิผลของสื่อการตลาดยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างเช่น สื่อทีวีดิจิตอล สื่อโซเชียล มีเดีย สื่อเว็บไซต์ออนไลน์ สื่อบิลบอร์ดฯ เป็นต้น ทุกสื่อล้วนมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี SMEs จำเป็นจะต้องคัดเลือกสื่อให้ถูกต้องตรงกับลักษณะของสินค้า บริการและลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด สอดคล้องกับงบประมาณด้านการตลาดและสามารถประเมินความคุ้มค่าในแง่ของการตลาดได้เป็นอย่างดี

4. จัดตั้งบริษัทไว้ล่วงหน้า

หลายครั้งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี SMEs ยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับธุรกิจที่ตัวเองดำเนินงานอยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นไปในลักษณะที่เปิดดำเนินธุรกิจมาในลักษณะที่ยังไม่ได้จดทะเบียนให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ซึ่งรูปแบบการจัดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ก็ขึ้นอยู่ที่ลักษณะของการประกอบธุรกิจที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับแต่ละประเภทธุรกิจ ซึ่งการเริ่มต้นธุรกิจเพื่อให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายอาจจะเริ่มจาก การจดเป็นทะเบียนการค้า โดยมีรูปแบบการจดทะเบียนการค้าตามวัตถุประสงค์ของการจดทะเบียน หรือเรียกอีกอย่างว่า “จดทะเบียนร้านค้า” เมื่อกิจการเริ่มเป็นที่รู้จักและมีความมั่นใจมากขึ้น ก็เปลี่ยนมาจดทะเบียนในรูปแบบบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งการเริ่มต้นจดทะเบียนบริษัทใหม่อาจเริ่มด้วยทุนตั้งต้นไม่ต้องสูงมากนัก แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นก็อาจจำเป็นต้องเพิ่มทุนโดยขอจดทะเบียนเพิ่มทุนได้ในภายหลัง ฉะนั้น หากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี SMEs มีความตั้งใจและมั่นใจในธุรกิจแล้ว ก็ควรที่จะต้องมีความพร้อมในเรื่องของการจดทะเบียนบริษัทด้วยเช่นเดียวกัน เพราะหากไม่มีความพร้อมในด้านนี้แล้ว ก็เตรียมใจที่จะล้มเหลวไว้ได้เลย

5. ทำประมาณการรายรับรายจ่ายอย่างเป็นระบบ

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี SMEs ส่วนใหญ่มองข้ามการวางแผนงบประมาณด้วยการจัดการประมาณการรายรับ-รายจ่าย จะด้วยเหตุผลเพราะความไม่รู้ หรือไม่มีความเข้าใจในเรื่องของการจัดทำประมาณการ  ว่าควรจะต้องมีการจัดทำประมาณการไว้อย่างไร และเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม ถูกต้องแม่นย่ำหรือมีความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด การจัดทำประมาณการรายรับรายจ่าย เป็นการประมาณการรายรับรายจ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยกำหนดระยะเวลาการประมาณการในรูปของรายสัปดาห์ ราย1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และรายปี เป็นต้น ซึ่งการจัดทำงบประมาณรายรับรายจ่าย ยังนำมาซึ่งประโยชน์ในแง่ของการวางแผนธุรกิจ เพื่อให้สอดรับกับการวางประมาณรายรับรายจ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี SMEs ทุกระดับทุกองค์กร จำเป็นที่จะต้องทำ เพราะถ้าหากคุณไม่รู้หรือไม่มีแผนการใช้จ่ายเงินในอนาคตแล้ว คุณก็จะไม่สามารถวางแผนธุรกิจและเตรียมความพร้อมด้านการแข่งขัน ด้านการตลาดหรือแม้กระทั่งการเติบโตของธุรกิจในอนาคตได้เลย เพราะคุณไม่ทราบสถานะความสามารถในธุรกิจของคุณเอง

6. ธุรกิจขนาดย่อม ควร Focus สินค้าชนิดเดียวก่อน

ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี SMEs ที่พบเห็นส่วนใหญ่จะมีสินค้าและบริหารที่หลากหลาย หรือมีสินค้ามากกว่า 1 อย่าง ในการประกอบธุรกิจ ดีกว่ามีสินค้าและบริการแค่ตัวเดียว แต่ลืมนึกไปว่าการมีสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นกับทำให้มีภาระด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย เงินทุนส่วนใหญ่จึงไปอยู่ในรูปของสินค้าและการสต็อกสินค้าไว้เพื่อรอจำหน่าย ซึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอี SMEs ต่างเข้าใจดีว่า อุปสรรคที่สำคัญมากที่สุดนั่นก็คือ เงินลงทุน หากเริ่มต้นธุรกิจโดยการใช้ง่ายจ่ายที่เกินขีดความสามารถของธุรกิจแล้ว ก็อาจทำให้ธุรกิจพบอุปสรรคในการเงินทุนหมุนเวียนได้ในอนาคต ผู้ประกอบการฯ ที่มีทุนน้อย หรือสภาพคล่องยังไม่ดีพอ ก็ควรจะ Focus หรือเลือกทำสินค้าและบริการชนิดเดียวก่อนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด โดยให้ทุ่มเทไปกับสินค้าและบริการชนิดเดียวและทำให้ดีที่สุด แล้วค่อยๆ สร้างชื่อเสียง สร้างการยอมรับให้กับสินค้าและบริการให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง จากนั้นก็ค่อยเริ่มวางแผนขยายสินค้าและบริการเพิ่มเติมเข้ามาภายหลัง โดยใช้ชื่อเสียงของสินค้าและบริการหลักมาสนับสนุนสินค้าและบริการใหม่ต่อไป

7. สำรวจความต้องการของตลาดอย่างสม่ำเสมอ

การเป็นธุรกิจเอสเอ็มอี SMEs จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเน้นสินค้าและบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ซึ่งการที่จะรู้ได้ถึงความต้องการของผู้บริโภคได้นั้น ต้องมีการสำรวจความต้องการของผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอและมีความทันสมัยและทันต่อเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา ก็จะทำให้ทราบถึงความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง การนำเสนอสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการของตลาด ย่อมหมายถึงโอกาสในการขายสินค้าและบริการได้สูงตามไปด้วยเช่นเดียวกัน  ส่วนรูปแบบของการสำรวจความต้องการของตลาด ซึ่งก็มีหลายวิธี ไม่ว่าจะด้วยการสังเกตพฤติกรรม การสอบถามโดยตรง การดูแนวโน้มกระแสนิยมปัจจุบัน ทิศทางตลาดในอนาคต เป็นต้น ซึ่งวิธีการต่างๆ นี้จะใช้ประกอบลงความเห็นเพื่อสำรวจความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี  

จาก 7 แนวทาง ที่กล่าวมานี้ ถ้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี SMEs สามารถนำไปทบทวน หรือปรับใช้กับธุรกิจเอสเอ็มอี SMEs แล้ว ก็น่าจะช่วยให้ธุรกิจมีความเข้มแข็งมากขึ้นและสามารถประสบความสำเร็จได้ในที่สุด 

โดย BisnesCafe.com | คาเฟ่ของคนรักธุรกิจ

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค / ทวิตเตอร์ 
เฟสบุ๊ค | www.facebook.com/BisnesCafedotcom
ทวิตเตอร์ | www.twitter.com/bisnescafe

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราที่นี่..ถ้าชอบกด Like ถ้าใช่ กด Share  แล้วคุณจะไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสารบทความดีๆ ที่เป็นประโยชน์และมีสาระอีกมากมาย.. 

"...แล้วคุณจะรักธุรกิจมากขึ้น..."

 

จำนวนผู้เข้าชม 1094 ครั้ง

ข่าวสาร แผนธุรกิจ ธุรกิจแฟรนไชส์ บน facebook คลิกเลยที่นี่

หมายเหตุ

การแสดงความเห็นใดๆ ให้ละเว้นการใช้คำหยาบคาย ดูหมิ่น ทั้งข้อความ รูปภาพ อันจะสร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบัน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ให้ละเว้นข้อความหรือการนำเสนอรูปภาพอันส่อไปในทางลามก อนาจาร และพาดพิงถึงบุคคลอื่น อันจะทำให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง

ให้ละเว้นการใช้ถ้อยคำหยาบคาย และการพาดพิงถึงบุคคลอื่น อันจะทำให้เกิดความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

ห้ามทำการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ธุรกิจ ที่แสวงหาผลกำไรใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาติจากทางทีมงานเว็บ bisnescafe.com

ทีมงานเว็บ bisnescafe.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่สมควรให้เผยแพร่ความคิดเห็นนั้นๆ โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็น

ข้อความและสื่อใด ๆ จะถูกเก็บไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด หากมีคดีความใด ๆ จะถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานตามกฎหมาย

หากสมาชิกทำผิดต่อนโยบายการใช้งาน ทางทีมงาน bisnescafe.com จะดำเนินการระงับการใช้งานสมาชิกเว็บไซต์ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Hightlight

10 อันดับเมืองที่น่าไป (นั่ง) ทำงานสำหรับคนไม่ชอบออฟฟิศ
7 เคล็ดลับ เร่งความสำเร็จให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี SMEs ให้เร็วขึ้น
เมื่อบาร์กลายเป็นห้องเรียนศิลปะกับงานสร้างจิตรกร ‘Paintbar Bangkok’
Food Truck รถขายเบอร์เกอร์สุดแนว หล่อ เก๋ เท่ อร่อยเ_ี้ยๆ วัยรุ่นติดตรึม!
Bear Hug คาเฟ่สุดน่ารัก..น้องหมีน่ากอด
"บันดาหยารีสอร์ท" สรรค์บนดินสุดชิค' ที่ใครๆ ก็หลงรัก
7 คุณสมบัติของอัจฉริยะ
เย้! 3 ราศี ต่อไปนี้ “การเงิน” เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในปี 59 ยินดีด้วย !
เจาะลึก “Food Truck Marketing” ชิม ชิค ใช่ ได้ใจนักกิน
มาดู 12 ธุรกิจไทยในยุคทองของตลาด AEC ที่ไม่ควรมองข้าม

Hot! Update News SMEs Franchise Tip &Trick Business Plan
Business plan Marketing plan Financial&Investing Plan Market Info Program & Software Sample Business plan
Shopping&Download Webboard Biz Directory

เข้าร่วมธุรกิจ

Book&Magazine

แนะนำ SME

แนะนำ Franchise

Copyright 2014 Bisnescafe.com All Rights Reserved.