SMEs   Franchise   Directory   About Us   Advertising    Contact   Partner
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ  

หน้าแรก > Study > ยลตามช่อง มองหาโอกาสในงานแสดงสินค้าผู้สูงวัยที่เยอรมนี

ยลตามช่อง มองหาโอกาสในงานแสดงสินค้าผู้สูงวัยที่เยอรมนี


ในระยะที่บ้านเรากำลังจะเข้าสู่สังคมที่มีผู้สูงวัยจำนวนมาก คนวัยทำงานและหนุ่มสาววัยรุ่นกับเด็กๆ มีน้อยลง การหาตลาดเพื่อทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย

สัปดาห์นี้ Bisnescafe.com มีข้อมูลที่น่าสนใจเป็นของฝากจากต่างแดน อาจจะเหมาะกับท่านที่กำลังมองหาช่องทางธุรกิจใหม่ๆ นั่นคือ งานแสดงสินค้าผู้สูงวัย Altenplege ที่เมืองแฮนโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี ที่จัดผ่านไปในช่วง 8-10 มีนาคม 2559

งานนี้เป็นงานแสดงสินค้านานาชาติที่นำเสนอธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงวัยซึ่งแบ่งเป็นสี่หมวด ได้แก่ หมวดการดูแลรักษาสุขภาพ หมวดที่พักอาศัย หมวดอาหาร และหมวดบริหารจัดการกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ จากผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าจำนวน 579 บริษัท เป็นการจัดแสดงสินค้าคู่ไปกับการสัมมนา ผู้ชมงานกลุ่มหลักได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการบ้านพักคนชรา ผู้บริหารบ้านพัก แพทย์ พยาบาล และนักบริบาล โดยรวมแล้วมากกว่า 28,000 ราย

ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าใน 44 ปีข้างหน้า เยอรมนีจะมีสัดส่วนประชากรผู้สูงวัยที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ถึงร้อยละ 35 ของประชากรทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในอดีตจากงานวิจัยของสมาคมเพื่อการวิจัยผู้บริโภคของเยอรมนี ปี 2545 ระบุว่า กลุ่มผู้สูงวัยอายุมากกว่า 50 ปีถึงร้อยละ 45 มีทัศนคติว่า “ใช้ชีวิตให้คุ้ม ดีกว่ามานั่งเก็บเงิน”

นั่นแสดงว่ากลุ่มผู้สูงวัยของเขาให้ความสำคัญและความสนใจกับการบริโภค นอกจากนี้ยังต้องการการยอมรับ ความเข้าใจ ความเคารพด้วย ดังนั้น กล่าวได้ว่าไลฟสไตล์การจับจ่ายของคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายชาวเยอรมันจึงมักจะต้องศึกษาข้อมูลสินค้าก่อนบริโภค แทบไม่มีการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์หรือซื้อสินค้าเพราะภาพลักษณ์เลย อีกทั้งการที่จะให้พวกเขาเข้ามาเป็นลูกค้าก็จะต้องมีการเชื้อเชิญเป็นกรณีเฉพาะ ประมาณว่าให้ความรู้สึกว่ามีความสำคัญเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเรื่องนี้งานวิจัยระบุว่าส่งผลต่อสินค้าและบริการโดยตรงเลยทีเดียว

มีข้อมูลวิจัยระบุถึงลักษณะเฉพาะของกลุ่มผู้สูงวัยในเยอรมนีอีกว่า มีความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพมากกว่ากลุ่มหนุ่มสาวหรือคนที่อายุต่ำกว่า 50 เสียอีก และพร้อมจ่ายเงินเสียด้วย ทั้งยังนิยมบริโภคสินค้าที่มียี่ห้อ และพร้อมลองสินค้าใหม่ๆ อีกต่างหาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลิกใช้ของเดิมง่ายๆ เพียงแต่หากจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อไม่พอใจในสินค้าเดิม หรือมีสินค้าใหม่ที่แสดงคุณภาพว่าเหนือกว่าของเดิมอย่างชัดเจน

ลูกค้าอาวุโสกลุ่มนี้ชอบห้างร้านเล็กๆ ที่ตกแต่งสวยงาม อยู่กลางเมือง และเนื่องจากมีเวลาจับจ่ายใช้สอยมากกว่าคนวัยทำงาน จึงให้ความสำคัญกับการสื่อสารในสังคมมาก ดังนั้น เวลาซื้อข้าวของจึงชอบที่จะให้มีการแนะนำที่เชื่อถือได้จากพนักงาน

มาถึงเรื่องบ้านพักสำหรับผู้สูงวัยกันบ้าง มีข้อมูลว่าปัจจุบันกรุงเบอร์ลินขาดแคลนบ้านพักพร้อมคนดูแลมากกว่า 70000 ยูนิต ซึ่งคำว่า “บ้านพักพร้อมคนดูแล” ในที่นี้หมายถึง บ้านพักที่ต้องคำนึงถึงความพิการ ความชราของผู้ใช้มากขึ้น และมีการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างทั่วถึง พูดง่ายๆ คือต้องมีความพร้อมทั้งตัวบ้านและผู้ที่จะเข้ามาช่วยดูแล

มีข้อมูลจากงานวิจัยระบุอีกว่า กว่าร้อยละ 20 ของคนที่มีอายุระหว่าง 50-65 ปีวางแผนจะย้ายที่อยู่ ซึ่งส่วนใหญ่นิยมอยู่ในย่านเงียบสงบของเมืองใหญ่ ดังนั้น ในเวลาต่อมาจึงมีภาคเอกชนที่ขานรับความต้องการนี้อย่างบริษัท คอนดอร-เวสเซลส (Kondor-Wessels) ด้วยการเข้าไปสร้างแหล่งที่พักขึ้นในฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเบอร์ลิน ภายใต้ชื่อโครงการ วิวาซิตี้ (Vivacity)

หมู่บ้านนี้จะมีอาคารและห้องพักที่คำนึงถึงความชราหรือความพิการของผู้อยู่อาศัยมากกว่า 120 ห้อง ทั้งยังมีแผนการจะสร้างบ้านพักผู้สูงวัยเต็มรูปแบบสำหรับกลุ่มที่ต้องมีผู้ดูแลด้วยจำนวน 99 เตียง ที่ขาดไม่ได้คือ ซูเปอร์มาร์เก็ตและสำนักงาน รวมทั้ง โรงเรียนอนุบาล เพราะเจ้าของโครงการไม่ต้องการให้ย่านนี้เป็นย่านของผู้สูงวัยเท่านั้น จึงพยายามจะดึงดูดให้ครอบครัวที่มีเด็กพากันเข้ามาพักอาศัยในหมู่บ้านนี้ให้มากขึ้นนั่นเอง

ข้อแนะนำจากสำนักงานการค้าระหว่างประเทศก็คือ นักธุรกิจไทยเราที่ถนัดเรื่องบริการอาจจะสร้างที่พักอาศัยแบบครบวงจรสำหรับผู้สูงวัยในบ้านเราเอง หรือร่วมมือกับต่างชาติในการสร้างบ้านพักคนสูงวัยที่เยอรมนี รวมถึงการตั้งโรงเรียนสำหรับสอนภาษาและวิชาชีพในไทย เพื่อส่งพนักงานบริบาลหรือผู้ดูแลไปที่เยอรมนี ซึ่งคาดว่าต่อไปจะเป็นที่ต้องการอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจอาหาร เพราะในเยอรมนีก็มีธุรกิจส่งอาหารแบบบริการถึงบ้านให้แก่ผู้สูงวัยด้วย (Delivery) 

ส่วนสินค้าไทยที่สามารถส่งออกสู่ตลาดผู้สูงวัยในเยอรมนีได้เลยก็คือ กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ อย่างหมอนหรือที่นอนยางพารา กลุ่มสินค้าไลฟสไตล์ เช่น ของเล่นสำหรับผู้สูงวัย แต่ก็ต้องคำนึงถึงคุณภาพสินค้า การใช้งานที่เหมาะสมกับผู้สูงวัย เช่น ขนาดสินค้า มาตรฐานอุตสาหกรรมอย่างสารเคมี สีที่ใช้ผสม และต้องเหมาะกับสุขภาพของผู้ใช้งาน เช่น สายตา โรคประจำตัวต่างๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้นำเข้าสินค้าจากไทยต้องเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในสหภาพยุโรปเท่านั้น

มีคำแนะนำเพิ่มเติมว่า นอกจากตัวสินค้าที่เกี่ยวข้องกับตัวผู้สูงวัยโดยตรงแล้ว ยังมีบริการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของผู้สูงวัยด้วย เช่น ระบบโปรแกรมซอฟท์แวร์การบริหารจัดการในบ้านพักผู้สูงวัย การออกแบบบ้านพักและสถานที่ การตกแต่งภายในที่เหมาะสม การทำความสะอาด การป้องกันโอกาสเกิดแผลกดทับ จิตบำบัดและกิจกรรมบำบัด เป็นต้น ผู้ประกอบการจึงสามารถเลือกช่องทางประกอบธุรกิจที่ตนมีความสนใจหรือมีความเชี่ยวชาญได้

แถมท้ายอีกนิด อย่าลืมว่าคนไทยเรามีจุดแข็งและจุดเด่นกว่าในเรื่องน้ำใจไมตรีและการดูแลเอาใจใส่ หากผู้ประกอบการรู้จักหาวิธีนำจุดแข็งนี้มาใช้ประกอบกับการจำหน่าย ส่งออกสินค้าหรือบริการของท่าน ก็ย่อมทำให้ธุรกิจมีความน่าสนใจ น่าประทับใจ และมีโอกาสยั่งยืนต่อไปได้อย่างแน่นอน

 

Source :  รายงานงานแสดงสินค้าผู้สูงอายุ Altenplege และข้อมูลผู้สูงอายุในเยอรมนี, นายธนิต  หิรัญกิจรังษี สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรุงเบอร์ลิน, มีนาคม 2559, เว็บไซต์กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ www.ditp.go.th    

เรียบเรียงโดย : BisnesCafe.com | คาเฟ่ของคนรักธุรกิจ

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค / ทวิตเตอร์ 
เฟสบุ๊ค | www.facebook.com/BisnesCafedotcom
ทวิตเตอร์ | www.twitter.com/bisnescafe

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราที่นี่..ถ้าชอบกด Like ถ้าใช่ กด Share ! 

"...แล้วคุณจะรักธุรกิจมากขึ้น..."

จำนวนผู้เข้าชม 1472 ครั้ง

ข่าวสาร แผนธุรกิจ ธุรกิจแฟรนไชส์ บน facebook คลิกเลยที่นี่

หมายเหตุ

การแสดงความเห็นใดๆ ให้ละเว้นการใช้คำหยาบคาย ดูหมิ่น ทั้งข้อความ รูปภาพ อันจะสร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบัน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ให้ละเว้นข้อความหรือการนำเสนอรูปภาพอันส่อไปในทางลามก อนาจาร และพาดพิงถึงบุคคลอื่น อันจะทำให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง

ให้ละเว้นการใช้ถ้อยคำหยาบคาย และการพาดพิงถึงบุคคลอื่น อันจะทำให้เกิดความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

ห้ามทำการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ธุรกิจ ที่แสวงหาผลกำไรใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาติจากทางทีมงานเว็บ bisnescafe.com

ทีมงานเว็บ bisnescafe.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่สมควรให้เผยแพร่ความคิดเห็นนั้นๆ โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็น

ข้อความและสื่อใด ๆ จะถูกเก็บไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด หากมีคดีความใด ๆ จะถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานตามกฎหมาย

หากสมาชิกทำผิดต่อนโยบายการใช้งาน ทางทีมงาน bisnescafe.com จะดำเนินการระงับการใช้งานสมาชิกเว็บไซต์ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Hightlight

เรื่องเล่า SME ตอน จะส่งออก (ไปต่างประเทศ)
ความคาดหวัง!
ยลตามช่อง มองหาโอกาสในงานแสดงสินค้าผู้สูงวัยที่เยอรมนี
E-Commerce VS ห้างค้าปลีกระดับโลก "Walmart" ที่ต้องจดจำ
อยากเป็นเจ้าของธุรกิจที่ก้าวกระโดด
ลงทุน “อพาร์ทเม้นท์” หรือ “คอนโดมิเนียม” อย่างไหนคุ้มกว่ากัน ?
“อีทูดี้” ถอนทัพจากไทยแล้ว.. ใครจะเป็นรายต่อไป ?
กรณีศึกษา ย้อนรอยการปฏิวัติทางการตลาดเพื่อการเติบโตแบบก้าวกระโดด
กรณีเป็ปซี่กับเสริมสุข: บทเรียนสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์
จากรถเข็นสู่แฟรนไชส์ กรณีศึกษาของ “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” และ “แดงแหนมเนือง”

Hot! Update News SMEs Franchise Tip &Trick Business Plan
Business plan Marketing plan Financial&Investing Plan Market Info Program & Software Sample Business plan
Shopping&Download Webboard Biz Directory

เข้าร่วมธุรกิจ

Book&Magazine

แนะนำ SME

แนะนำ Franchise

Copyright 2014 Bisnescafe.com All Rights Reserved.