SMEs   Franchise   Directory   About Us   Advertising    Contact   Partner
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ  
ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

หน้าแรก > ธุรกิจมืออาชีพ > “พีคฌาน" ปั้นดินให้เป็นเงินเป็นทอง

“พีคฌาน" ปั้นดินให้เป็นเงินเป็นทอง

พลังไอเดียและนวัตกรรม สามารถทำหัตถกรรมพื้นบ้าน ให้กลายเป็นเครื่องประดับสุดหรู เพิ่มมูลค่าจากของหลักสิบ ให้กลายเป็นเงินแสน ส่งขายทั่วโลก

จิวเวลรี่สุดหรู สีสันแปลกตา ที่อวดโฉมอยู่ในบูธ “พีคฌาน” ณ งานเปิดตัว “โครงการประกวดหัตถกรรมเชิงสร้างสรรค์ Innovative Craft Award” ของ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. (SACICT) ตรึงสายตาใครหลายคนให้แวะมาชื่นชมผลงานของพวกเขา

 
“พีคฌาน” คือหนึ่งผู้ประกอบการต้นแบบ ที่สามารถพัฒนางานหัตถศิลป์ของไทย โดยใช้การออกแบบและนวัตกรรม มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ต้องการของตลาด จนสามารถนำส่งงานหัตถกรรมไทย พร้อมพัฒนาช่างฝีมือคนไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับโลก
 
“การพัฒนางานหัตถศิลป์ไทย ให้เป็นจริงได้ในเชิงพาณิชย์ ไม่ยาก ถ้าเพียงเริ่มจากความชอบ สนใจ ปรับ และทดลองทำ เพราะเวลานี้หัตถกรรมไทยมีอยู่ทั่วประเทศ และมีเสน่ห์มาก อยู่ที่ว่าเราจะมองเสน่ห์ตรงนั้นอย่างไร เมื่อเห็นเสน่ห์ ก็เพียงปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานของคนในวันนี้”
 
“พีค-ฐิติพร ฌานวังศะ” ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ บริษัท พีคฌาน จำกัด บอกโอกาสของงานหัตศิลป์จากภูมิปัญญาไทยที่สามารถประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ เพียงแค่เปลี่ยนวิธีคิด
 
“สิ่งที่ชุมชนทำไว้เดิม คือสิ่งที่ทำเมื่อ 50 -100 ปีที่แล้ว จะทำอย่างไรให้ไลฟ์สไตล์ของคนในวันนี้สามารถใช้ได้ มันเป็นการทำงานที่ต้องจูนกันระหว่างนักออกแบบซึ่งต้องเข้าใจกระบวนการและเทคนิคการผลิต กับชาวบ้านที่เก่งเทคนิคอยู่แล้ว แต่วิธีคิดอาจยังไม่ได้ สองฝ่ายต้องทำความเข้าใจกัน ค่อยๆแนะ ค่อยๆปรับ และแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน”
 
พีคฌานเป็นหนึ่งแบรนด์ที่แจ้งเกิดผ่านเวทีประกวด หลายปีก่อนผลงานที่ทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักคือ พรมนวดเท้า การผสมผสานระหว่างเส้นใยถักทอ และวัสดุใหม่อย่างก้อนหิน ก่อเกิดเป็นนวัตกรรมที่ไม่แค่เก๋ แต่ยังเป็นที่ต้องการของตลาด ก่อนต่อยอดความสนใจมายัง “นวัตกรรมเส้นใย” โดยนำศักยภาพของชุมชนมาปรับใช้ และออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์สากลมากขึ้น
 
“มันเป็นการแก้ปัญหาด้านเส้นใย อย่าง ฝ้ายเราไม่ได้ปลูกเองแต่นำเข้าจากจีน ขณะที่ไหมก็เลี้ยงยาก ส่วนปอมาทอเป็นผ้ายากมาก แต่ใช้เวลาปลูกไม่นาน เราเลยลองนำปอมาปลูกเป็นเส้นใยทดแทน ใช้ปอเป็นตัวหลัก แล้วมาผสมกับฝ้าย และไหม ทอด้วยมือไม่ใช้เครื่องจักร เพื่อให้ได้ผลที่แตกต่างกัน จนเกิดเป็นคุณสมบัติใหม่ และคิดต่อไปได้ว่า เส้นใยนี้จะนำมาทำอะไรได้บ้าง ซึ่งตอนนี้เรามีนวัตกรรมเรื่องเส้นใยเยอะมาก เฉพาะการขายเส้นใยทำรายได้มากถึงกว่า 20 ล้านบาทต่อปี”
 
การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน นำมาสู่โอกาสธุรกิจ ให้พีคฌาน เช่นเดียวกับการลงไปศึกษาภูมิปัญญาแต่ละชุมชน ก็สร้างนวัตกรรมให้กับผลิตภัณฑ์ของพวกเขา
 
เหมือนที่มาของ เครื่องประดับจากดินเผา
 
พวกเขาเริ่มงานด้วยการลงไปศึกษาแต่ละพื้นที่ ว่ามีความเชี่ยวชาญด้านใด มีเสน่ห์อะไรซ่อนอยู่ในพื้นถิ่น เนื่องจากประเทศไทยมีชุมชนที่ทำเครื่องปั้นดินเผาอยู่หลายกลุ่ม มีภูมิปัญญา มีเตาเผาพื้นบ้าน ไล่ไปจนดินที่นำมาเผา ซึ่งให้ผลที่แตกต่างกันไป
 
“เราอยากจะได้ดินพื้นถิ่นของเขา แล้วนำดินมาเผาเพื่อทดสอบดูว่าจะเกิดสีอะไร การเผาในแต่ละอุณหภูมิให้สีที่ต่างกันอย่างไร  เพราะมองว่าดินแต่ละพื้นที่ให้สี ให้ผลที่ต่างกัน คุณค่าและเสน่ห์ก็ต่างกันด้วย”
 
เมื่อได้เครื่องประดับหัตถกรรม ที่ผสมความเป็นวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม พวกเขาก็ลองนำมาผลิตซ้ำ ในจำนวนที่มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ว่า เมื่อโจทย์เปลี่ยนไป อย่างต้องทำของชิ้นใหญ่ขึ้น หรือเล็กลง ศักยภาพชุมชนยังพร้อมรองรับงานอยู่หรือไม่ ตลอดจนการตรงต่อเวลา กลุ่มสามารถบริหารจัดการตัวเองได้ดีแค่ไหน
 
การลดความเสี่ยงจากงานที่ขึ้นกับ แรงงานฝีมือเป็นหัวใจ ที่อาจเกเรไปบ้างเมื่อต้องแบ่งเวลาไปทำการเกษตร หรือหยุดพักเพื่อร่วมเทศกาลงานบุญต่างๆ สำหรับ “พีคฌาน” พวกเขาบอกว่า ต้องมีความเข้าใจ สามารถกำหนดเวลา รวมถึงกระจายเทคนิคไปยังชุมชนหลายๆ กลุ่มได้ ไม่ยึดติดเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ยกเว้นในส่วนของการประกอบขั้นตอนสุดท้ายต้องมารวมที่จุดๆ เดียวให้ได้
 
“อย่าให้ที่เดียวต้องทำทั้งย้อม ขึ้นโครง เก็บงาน ตรวจสอบคุณภาพ กระทั่งแพค ไม่ได้ แต่เราต้องบริหารหัตถกรรมชุมชน ให้เหมือนการบริหารบริษัทหรือโรงงาน คือต้องกระจายงาน ไปตามแต่ละชุมชน ตามความถนัดของแต่ละพื้นที่ ถ้าทำได้จะออเดอร์เท่าไร หัตถกรรมไทยก็ทำได้ เพราะเรามีโรงงานอยู่ทั่วประเทศ”
 
การบริหารจัดการที่ดี ทำให้เครือข่ายของพีคฌานกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ โดยภาคอีสาน มีอยู่ 48 ชุมชน ครอบคลุม 4 จังหวัด ภาคเหนือมี 7 ชุมชน ดูแลงานตามความถนัดของแต่ละชุมชน ส่วนภาคกลางซึ่งเชื่อมโยงกับสำนักงานใหญ่ของพีคฌาน มีอยู่ 10 ชุมชน ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพ และประกอบเป็นชิ้นงาน
 
การให้งานกับชุมชน หลายคนอาจกลัวเรื่องถูกก๊อปปี้ สำหรับ พีคฌาน นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าห่วง และไม่ได้หวงวิชา เพราะหน้าที่ของคนออกแบบคือคิดของใหม่ไปเรื่อยๆ ที่สุดยอดไปกว่านั้น คือการลงไปสร้างนวัตกรรมร่วมกับชุมชน เพื่อให้ชุมชนเดิมได้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ และจดลิขสิทธิ์ภูมิปัญญาเป็นของตัวเอง เพื่อนำไปขายสร้างรายได้เข้าชุมชน โดยเฉพาะยามที่งานของพีคฌาน ไม่สามารถเติมเต็มพวกเขาได้
 
“งานของเราเป็นงานทีเนี้ยบและปราณีต จึงอาจมีจำนวนไม่มากนัก แต่ได้มูลค่า ขณะที่เราไปดีไซน์ให้ชาวบ้าน เพื่อให้เขาสามารถทำผลิตภัณฑ์ไปขายตามงานแฟร์ ของหน่วยงานรัฐ ตอนแรกก็กลัวว่างานจะตีกันหรือเปล่า เขาจะทำให้เราทันไหมเมื่อมีสินค้าของตัวเอง แต่การที่เข้าไปพูดคุยและร่วมเวิร์คช้อปกันบ่อยๆ เขาบอกเลยว่าถ้ามีออเดอร์เราเขาจะมีทีมซึ่งถูกคัดเลือกมาแล้วทำหน้าที่เป็นตัวหลักคอยตามงานเราให้ทัน ทุกครั้งที่มีออเดอร์จากเราเขาอยากทำ เพราะรายได้ดีกว่า”
 
จากรายได้ที่เคยนั่ง ปั้นหม้อ ทั้งวัน ชาวบ้านได้ใบละ 10-20 บาท แต่กับงานชิ้นเล็กๆ ของพวกเขา แค่กลีบดอกไม้ ก็ชิ้นละ 5 บาท แล้ว เวลาเอาไปขายที่เมืองนอกเมืองนา ก็ขายกันตั้งแต่ 5,000 ถึงหลักแสนบาท ชาวบ้านจากที่เคยมีรายได้ต่อวันแค่กว่า 200 บาท แลกกับการปั้นหม้อจนหมดเรี่ยวหมดแรง แต่มาทำให้พีคฌานมีรายได้ขั้นต่ำวันละที่ 500-600 บาท สามารถใช้ชีวิตแบบชิลชิล ไม่ผิดคอนเซ็ปต์ของพวกเขา
 
ในวันที่เครื่องประดับดินเผา บินจากเมืองไทยไปอวดโฉมที่ปารีสเมืองแห่งแฟชั่น ชาวโลกให้การตอบรับพวกเขาอย่างล้นหลาม และนำสินค้าไปขายในร้านซีเล็คช้อปกว่า 20 สาขา ในกว่า 10 ประเทศ ทั่วยุโรป
 
“เราออกเครื่องประดับ เมื่อปีที่ผ่านมา แล้วไปโชว์ที่ปารีส ซึ่งเสียงตอบรับดีมาก ทุกคนให้ความสนใจ เพราะเป็นงานจากดิน และเป็นดินพื้นบ้าน เราไม่ใช้การเคลือบเลย ธรรมชาติมาก สะท้อนศักยภาพชุมชน และภาพลักษณ์ที่ดูดี  ดูมีมูลค่า มีแนวคิดทางศิลปะ บวกกับกระบวนการใช้ที่เป็นไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน ลูกค้ายุโรปมองของพวกนี้เป็นงานศิลปะที่เคลื่อนทีไปกับเขาได้ เขารู้สึกภาคภูมิใจ”
 
นี่คือความสำเร็จที่เกิดขึ้น จากการคิดแบบพีคฌาน ทำให้งานพื้นบ้าน ไม่ได้ดูบ้านๆ แต่มีคุณค่ามากมายในตลาดโลก
 
ธุรกิจของพวกเขาเริ่มต้นมาเพียง 8 ปี แต่แตกแบรนด์มาแล้วถึง 5 แบรนด์ ครอบคลุม ธุรกิจเส้นใย และวัตถุดิบจำพวกหิน ผลิตภัณฑ์ ที่มีทั้ง ของตกแต่งบ้าน เครื่องประดับ รวมถึงบริการเวิร์คช้อปให้กับชาวต่างชาติ มาเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านไทย สร้างรายได้ให้กับพวกเขาและชุมชน
 
โดยพีคฌานมีรายได้รวมกว่า 40 ล้านบาทต่อปี !
 
ถามถึงเป้าหมาย พวกเขาบอกว่า ยังอยากทำให้ทุกแบรนด์เติบโตไปเรื่อยๆ ขยายแบรนด์ให้ใหญ่ขึ้น และแตกไลน์ไปสู่ผลงานที่น่าสนใจอีกมากในอนาคต เพื่อสะท้อนถึงคุณค่าของความเป็นหัตถกรรมไทย และศักยภาพชุมชนไทย ที่มีอยู่เต็มพื้นที่ทั่วประเทศ สร้างมูลค่า ควบคู่คุณค่าและความหมาย รวมถึงความภาคภูมิใจให้เกิดกับเหล่าช่างฝีมือของพวกเขา
 
สูตรปั้นดินให้เป็นทอง แบบฉบับ “พีคฌาน” ผู้เห็นคุณค่าของหัตศิลป์ไทย แล้วนำไปเฉิดฉายในตลาดโลก
 
..............................

Key to success

 
ส่องหัตถศิลป์ไทยสู่ตลาดโลก
๐ เข้าใจกระบวนการและเทคนิค 
๐ ปรับงานให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตลาด
๐ รู้จักบริหารจัดการเครือข่าย เหมือนองค์กรธุรกิจ
๐ ค้นเสน่ห์หัตถกรรมพื้นบ้าน นำเสนอสู่ตลาดโลก
๐ เปิดหูเปิดตาศึกษาเทรนด์ตลาด
๐ สินค้าต้องมีคุณภาพที่ดี
 
เครดิต : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
จำนวนผู้เข้าชม 2084 ครั้ง

ข่าวสาร แผนธุรกิจ ธุรกิจแฟรนไชส์ บน facebook คลิกเลยที่นี่

หมายเหตุ

การแสดงความเห็นใดๆ ให้ละเว้นการใช้คำหยาบคาย ดูหมิ่น ทั้งข้อความ รูปภาพ อันจะสร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบัน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ให้ละเว้นข้อความหรือการนำเสนอรูปภาพอันส่อไปในทางลามก อนาจาร และพาดพิงถึงบุคคลอื่น อันจะทำให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง

ให้ละเว้นการใช้ถ้อยคำหยาบคาย และการพาดพิงถึงบุคคลอื่น อันจะทำให้เกิดความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

ห้ามทำการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ธุรกิจ ที่แสวงหาผลกำไรใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาติจากทางทีมงานเว็บ bisnescafe.com

ทีมงานเว็บ bisnescafe.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่สมควรให้เผยแพร่ความคิดเห็นนั้นๆ โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็น

ข้อความและสื่อใด ๆ จะถูกเก็บไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด หากมีคดีความใด ๆ จะถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานตามกฎหมาย

หากสมาชิกทำผิดต่อนโยบายการใช้งาน ทางทีมงาน bisnescafe.com จะดำเนินการระงับการใช้งานสมาชิกเว็บไซต์ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Hightlight

10 อันดับเมืองที่น่าไป (นั่ง) ทำงานสำหรับคนไม่ชอบออฟฟิศ
7 เคล็ดลับ เร่งความสำเร็จให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี SMEs ให้เร็วขึ้น
เมื่อบาร์กลายเป็นห้องเรียนศิลปะกับงานสร้างจิตรกร ‘Paintbar Bangkok’
Food Truck รถขายเบอร์เกอร์สุดแนว หล่อ เก๋ เท่ อร่อยเ_ี้ยๆ วัยรุ่นติดตรึม!
Bear Hug คาเฟ่สุดน่ารัก..น้องหมีน่ากอด
"บันดาหยารีสอร์ท" สรรค์บนดินสุดชิค' ที่ใครๆ ก็หลงรัก
7 คุณสมบัติของอัจฉริยะ
เย้! 3 ราศี ต่อไปนี้ “การเงิน” เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในปี 59 ยินดีด้วย !
เจาะลึก “Food Truck Marketing” ชิม ชิค ใช่ ได้ใจนักกิน
มาดู 12 ธุรกิจไทยในยุคทองของตลาด AEC ที่ไม่ควรมองข้าม

Hot! Update News SMEs Franchise Tip &Trick Business Plan
Business plan Marketing plan Financial&Investing Plan Market Info Program & Software Sample Business plan
Shopping&Download Webboard Biz Directory

เข้าร่วมธุรกิจ

Book&Magazine

แนะนำ SME

แนะนำ Franchise

Copyright 2014 Bisnescafe.com All Rights Reserved.